Home ไอเดีย 5 เทคนิคการบริหารเงินใช้ในแต่ละวันเพื่อเพิ่มเงิน ในบัญชี

5 เทคนิคการบริหารเงินใช้ในแต่ละวันเพื่อเพิ่มเงิน ในบัญชี

9 second read
ปิดความเห็น บน 5 เทคนิคการบริหารเงินใช้ในแต่ละวันเพื่อเพิ่มเงิน ในบัญชี

1.สร้าง’บัญชีเงินเก็บ’เงินเดือนออกให้ตั้งโอนไปบัญชีนั้นอัตโนมัติ!

สาวๆบางคนติดช้อปปิ้งออนไลน์พอเงินเดือนออกเอาละต้องขอเข้าแอป

ว่ามีอะไรลดบ้างกดสั่งกดFกันสนุกเลยรู้ตัวอีกทีเงินเดือนเหลือไม่กี่พัน

(บางคนเหลือหลักร้อย…)ที่เหลือเข้ากระเป๋าพ่อค้าแม่ค้าหมดแล้ว

ไม่เป็นไรค่ะที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปแต่นับจากนี้เธอต้องดัดนิสัยตัวเอง

ด้วยการเปิด’บัญชีเงินเก็บแบบหักเงินอัตโนมัติ’ถ้าอยากมีเงินก้อนไว้ใช้ค่ะ!

ไปธนาคารสร้างบัญชีเงินฝากแบบที่ตัดเงินจากบัญชีเงินเดือนอัตโนมัติ

ห้ามทำบัตรเอทีเอ็มฝากอย่างเดียวห้ามถอนยกเว้นกรณีสำคัญจริงๆ

เช่น ตัวเองหรือพ่อแม่ป่วยหนักหรือมีของชิ้นใหญ่ที่ต้องซื้อเท่านั้นวิธีนี้

จะทำให้อุ่นใจได้ว่าเมื่อถึงวันเงินเดือนออกเงินก็ถูกหักเป็นเงินเก็บไว้

ส่วนหนึ่งแล้วถึงจะสติหลุดใช้เงินที่เหลือจนหมดก็ยังมีเงินเก็บไว้ใช้

ยามฉุกเฉินชัวร์ๆ

2.ทบทวนตัวเองว่าชีวิตนี้มีความต้องการอะไรที่’ต้องใช้เงิน’บ้าง

ขั้นตอนแรกในการเก็บเงินให้เธอตั้งสติดีๆแล้วลิสต์รายการออกมาให้ชัดเจน

ว่าในตอนนี้มีสิ่งไหนที่เธอ’จำเป็นต้องใช้เงินซื้อ’บ้างแต่ละคนก็ไม่เหมือน

กันขึ้นอยู่กับเป้าหมายในอนาคตความจำเป็นในการดำเนินชีวิตอาจหมาย

ถึงของที่ต้องใช้ตอนนี้อย่างเดียวหรือรวมของที่ต้องซื้อในอีก 3-5 ปี

ข้างหน้าด้วยเพื่อสาวๆจะได้วางแผนการเงินได้แม่นยำที่สุดนั่นเองค่ะ

ย้ำว่าของที่จำเป็นเท่านั้นไม่ใช่แค่กิเลสอยากได้!

ของเหล่านั้นอาจจะเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่(ที่จำเป็นต้องซื้อเพราะ

สายงานที่ใช้ทำงานผ่านมือถือสะดวกกว่า),รถยนต์(เพราะที่ทำงาน

เดินทางไกลหักลบค่าเดินทางแล้วซื้อรถคุ้มกว่า),เสื้อผ้าคัตติ้งเนี้ยบๆ

(เพราะต้องพบลูกค้าสร้างความน่าเชื่อถือราคาอาจจะสูงหน่อยแต่ใช้

ได้นานคุณภาพดี)เป็นต้นจากนั้นเลือกของที่จำเป็นที่สุดมา1อย่างแล้ว

ตั้งงบที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้วเริ่มเก็บเงินเพื่อของชิ้นนั้นทันที

เมื่อเก็บเงินถึงแล้วก็เลือกเป้าหมายเป็นของชิ้นอื่นต่อสลับกันไปเรื่อยๆ

ข้อดีของการทำแบบนี้คือเธอจะแน่ใจว่าเงินที่เสียไปเป็นของที่จำเป็น

และได้กลับคืนมาเป็นชิ้นเป็นอันแน่ๆและช่วยให้วางแผนชีวิตได้ด้วย

ว่ายังมีของที่ต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ทำให้มีสติลดกิเลสใน

การอยากซื้อของไร้สาระไปโดยปริยาย

3.ติดตาม’พฤติกรรมการใช้เงิน’ของตัวเองทุกวัน

แม้จะดูจุกจิกไปนิดแต่การติดตามการใช้เงินของตัวเองในทุกๆ วันก็เป็น

เรื่องดีเพราะถ้าเงินหายไปไม่รู้สาเหตุจะได้สืบได้ว่ามาจากไหนยิ่งถ้ากำลัง

ผ่อนหรือเก็บเงินซื้ออะไรอยู่ก็ควรรู้ที่มาที่ไปของเงินทุกบาททุกสตางค์!

จะจดใส่สมุดปกติหรือใช้แอปพลิเคชั่นรายรับรายจ่ายที่มีให้โหลดฟรีทั่วไป

ก็ได้ค่ะ(แต่ถ้าใช้แอพแนะนำให้ก๊อปปี้ไฟล์เก็บไว้หรือคัดใส่สมุดอีกทีก็ดี

นะคะกันมือถือพังแล้วข้อมูลหายหมดจากประสบการณ์ตรง)

จดให้หมดทั้งค่าอาหารค่าเสื้อผ้าค่าเครื่องสำอางค่ารถใครที่อยู่หอแล้ว

ทำเรื่องให้ค่าไฟค่าน้ำตัดผ่านธนาคารอัตโนมัติก็ควรไปดูบิลย้อนหลัง

แล้วเอามาใส่ในรายจ่ายด้วยเพราะบางทีพอไม่ได้กดจ่ายเองเราก็จะลืม

ว่ามีรายจ่ายนี้ด้วยและอย่าลืมเช็คความถูกต้องทุกเดือนว่าเงินเก็บที่

เหลือกับรายจ่ายที่หายไปสมดุลกันไหมหรือถ้าขยันพอจะเช็คทุกสัปดาห์

ก็ยิ่งดีเมื่อชินเป็นนิสัยแล้วเธอจะขนลุกว่าเงินที่หายไปเป็นพันๆก็มา

จากการเสียหลักสิบหลักร้อยที่เราจ่ายแบบไม่คิดอะไรในทุกๆวันนั่นแหละ

4.เพิ่มมูลค่าให้ตัวเองเพื่อหาทาง’เพิ่มรายได้’ให้มากขึ้น

หากรายจ่ายหรือภาระที่มีนั้นเงินเดือนประจำทางเดียวเริ่มไม่พอคงถึง

เวลาแล้วที่สาวๆจะหารายได้เพิ่มจากการ’ทำตัวเองให้มีมูลค่ามากขึ้น’

คิดง่ายๆ ว่าเงินตอบแทนในหนึ่งเดือนแปลว่าเขาคิดแล้วว่าเรามีประสบการณ์

แค่นี้ทักษะแค่นี้จึงควรได้เงินเท่านี้ดังนั้นถ้าอย ากได้เงินเพิ่มก็ต้องพัฒนา

ทักษะตัวเองให้สูงขึ้น

5.ไม่ต้องอายที่จะใช้’คูปองส่วนลด’ในการช้อปปิ้ง

มีสาวๆอีกหลายคนที่มี’คูปองส่วนลด’หรือพ้อยท์แลกเงินเต็มกระเป๋าแต่

ขี้เกียจหรืออายที่จะใช้เพราะกลัวจะดูเป็นคนงกคนขี้เหนียวหรืออะไรก็ตาม

แต่เชื่อไหมว่าแค่คูปองลด5บาท10บาทถ้าใช้บ่อยๆเดือนนึงก็ประหยัดเงิน

เป็นร้อยแล้วนะแถมส่วนใหญ่คูปองพวกนี้ก็อายุการใช้งานสั้นประมาณ

1-3 เดือนตามโปรโมชั่นเท่านั้นแล้วทำไมจะไม่เอาออกมาใช้ล่ะจริงไหม?

จะซื้อของกินในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือซื้อเสื้อผ้าเครื่องสำอางสกินแคร์ในช้อป

ก็ตามส่วนใหญ่ห้างในไทยจะมีโปรโมชั่นอะไรสักอย่างตลอดอยู่แล้วไม่

ลดอันนี้ก็อันนั้นเราก็แค่เช็คว่าตัวเองมีคูปองมีพ้อยท์หรือบัตรอะไรที่ใช้

แทนส่วนลดได้รึเปล่าถ้าพอมีเวลาและไม่ลำบากเกินก็เทียบราคาดูว่า

สินค้าเดียวกันแต่ขายคนละร้านร้านไหนขายถูกกว่าก็ไปซื้ออันนั้นนี่ไม่ใช่

ความงกแต่เรียกว่าใช้เงินให้คุ้มค่าต่างหากล่ะ

สำหรับมือใหม่หัดออมเงินเราเข้าใจดีว่าการลดละเลิกนิสัยช้อปปิ้งตามใจ

อยากชอบก็กดซื้อใช่ก็พร้อมโอนนี่มันก็ยากพอดู!บางคนไม่เคยเก็บเงิน

ได้มาก่อนในชีวิตได้มาก็ใช้ออกตลอดแต่ยิ่งอายุมากขึ้นเราควรมีความ

มั่นคงทางการเงินมากขึ้นจะหวังให้ที่บ้านมาซัพพอร์ตตลอดก็คงไม่ใช่

โตแล้วก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้พ่อแม่จะได้ไม่เป็นห่วงและไว้ใจว่าเราจะ

ดูแลตัวเองได้ค่ะ ออมเงินยังไงก็มีแต่ข้อดีหากเรามีเงินเย็นอยู่ในมือ

เมื่อเราอยู่ในจุดที่มีของจำเป็นครบแล้วเราจะเอาไปใช้จ่ายของฟุ่มเฟือย

บ้างหรือเอาไปต่อยอดก็ได้แต่ถ้าในเวลาจำเป็นแล้วไม่มีเงินเมื่อนั้นแหละ

เดือดร้อนแน่นอน!อยากเป็นคนรวยๆก็ต้องหัดเก็บเงินให้อยู่นะจ๊ะเป็น

กำลังใจให้สาวๆทุกคนเด้ออวันนี้ขอตัวลาไปก่อนบ๊ายบายย

ทบทวนตัวเองว่าชีวิตนี้มีความต้องการอะไรที่’ต้องใช้เงิน’บ้าง

ขั้นตอนแรกในการเก็บเงินให้เธอตั้งสติดีๆแล้วลิสต์รายการออกมาให้

ชัดเจนว่าในตอนนี้มีสิ่งไหนที่เธอ’จำเป็นต้องใช้เงินซื้อ’บ้างแต่ละคนก็ไม่

เหมือนกันขึ้นอยู่กับเป้าหมายในอนาคตความจำเป็นในการดำเนินชีวิต

อาจหมายถึงของที่ต้องใช้ตอนนี้อย่างเดียวหรือรวมของที่ต้องซื้อใน

อีก 3-5 ปี ข้างหน้าด้วยเพื่อสาวๆจะได้วางแผนการเงินได้แม่นยำที่สุด

นั่นเองค่ะย้ำว่าของที่จำเป็นเท่านั้นไม่ใช่แค่กิเลสอยากได้!

ของเหล่านั้นอาจจะเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่(ที่จำเป็นต้องซื้อเพราะ

สายงานที่ใช้ทำงานผ่านมือถือสะดวกกว่า),รถยนต์

(เพราะที่ทำงานเดินทางไกลหักลบค่าเดินทางแล้วซื้อรถคุ้มกว่า),

เสื้อผ้าคัตติ้งเนี้ยบๆ(เพราะต้องพบลูกค้าสร้างความน่าเชื่อถือราคา

อาจจะสูงหน่อยแต่ใช้ได้นานคุณภาพดี)เป็นต้นจากนั้นเลือกของที่

จำเป็นที่สุดมา1อย่างแล้วตั้งงบที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้วเริ่มเก็บเงิน

เพื่อของชิ้นนั้นทันทีเมื่อเก็บเงินถึงแล้วก็เลือกเป้าหมายเป็นของชิ้น

อื่นต่อสลับกันไปเรื่อยๆ

ข้อดีของการทำแบบนี้คือเธอจะแน่ใจว่าเงินที่เสียไปเป็นของที่จำเป็น

และได้กลับคืนมาเป็นชิ้นเป็นอันแน่ๆและช่วยให้วางแผนชีวิตได้ด้วย

ว่ายังมีของที่ต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ทำให้มีสติลดกิเลสในการอยาก

ซื้อของไร้สาระไปโดยปริยาย

อันนั้นนี่ไม่ใช่ความงกแต่เรียกว่าใช้เงินให้คุ้มค่าต่างหากล่ะ

สำหรับมือใหม่หัดออมเงินเราเข้าใจดีว่าการลดละเลิกนิสัยช้อปปิ้ง

ตามใจอยากชอบก็กดซื้อใช่ก็พร้อมโอนนี่มันก็ยากพอดู! บางคนไม่เคย

เก็บเงินได้มาก่อนในชีวิตได้มาก็ใช้ออกตลอดแต่ยิ่งอายุมากขึ้น

เราควรมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นจะหวังให้ที่บ้านมาซัพพอร์ต

ตลอดก็คงไม่ใช่โตแล้วก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้พ่อแม่จะได้ไม่เป็นห่วง

และไว้ใจว่าเราจะดูแลตัวเองได้ค่ะ

 

ขอบคุณ : m e o k a y n a

 

Load More Related Articles
Load More By Admin
Load More In ไอเดีย
Comments are closed.

Check Also

(ข้อคิดเตือนชีวิตให้คนยุคนี้) ถ้าไม่อยาก “ขายดีจนเจ๊ง” ดังที่ใครหลายๆ คนเป็นอยู่จนต้องหมดตัว

คุณเข้าใจไม่ผิดหรอก หมายถึงอย่างนั้นจริงๆ ข ายดี จนกระท … …